ชื่อบริษัท (ต่อไปนี้เรียกว่า ‘บริษัท’) ได้กำหนดและเผยแพร่แนวปฏิบัติในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ ตามมาตรา 30 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และเพื่อจัดการข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น
มาตรา 1 (วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)
คลินิกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลอยู่จะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ และหากมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ คลินิกจะดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็น เช่น ขอความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์
คลินิกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ได้แก่ การยืนยันความประสงค์ในการสมัครสมาชิก การระบุและยืนยันตัวตนเพื่อให้บริการสำหรับสมาชิก การรักษาและจัดการสถานะสมาชิก การยืนยันตัวตนตามระบบการยืนยันตัวตนแบบจำกัด การป้องกันการใช้บริการโดยมิชอบ การตรวจสอบความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมในกรณีที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี การแจ้งและประกาศต่าง ๆ และการจัดการข้อร้องเรียน
2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ
คลินิกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ได้แก่ การจัดส่งสินค้า การให้บริการ การส่งสัญญาและใบแจ้งหนี้ การให้เนื้อหา การให้บริการตามความต้องการเฉพาะบุคคล การยืนยันตัวตน การยืนยันอายุ การชำระเงินและการหักบัญชีค่าบริการ และการติดตามทวงหนี้
3. การจัดการข้อร้องเรียน
คลินิกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ได้แก่ การยืนยันตัวตนของผู้ร้องเรียน การตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียน การติดต่อและแจ้งเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง และการแจ้งผลการดำเนินการ
มาตรา 2 (ระยะเวลาการประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล)
① คลินิกประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด หรือภายในระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูล
② ระยะเวลาการประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภทมีดังต่อไปนี้
1. การสมัครและการจัดการสมาชิกเว็บไซต์ : จนกว่าจะยกเลิกการเป็นสมาชิกเว็บไซต์ของผู้ประกอบการ/องค์กร
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เข้าข่ายเหตุผลดังต่อไปนี้ จะเก็บรักษาจนกว่าเหตุผลนั้นจะสิ้นสุดลง
1) ในกรณีที่อยู่ระหว่างการสืบสวนหรือการตรวจสอบเนื่องจากการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จนกว่าการสืบสวนหรือการตรวจสอบนั้นจะสิ้นสุด
2) ในกรณีที่ยังมีความสัมพันธ์ในลักษณะเจ้าหนี้และลูกหนี้คงค้างจากการใช้เว็บไซต์ จนกว่าจะชำระสะสางความสัมพันธ์ดังกล่าว
2. การจัดหาสินค้าหรือบริการ : จนกว่าการจัดหาสินค้า/บริการ และการชำระเงินและการหักบัญชีจะเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เข้าข่ายเหตุผลดังต่อไปนี้ จะเก็บรักษาจนกว่าระยะเวลานั้นจะสิ้นสุดลง
1) บันทึกเกี่ยวกับการทำธุรกรรม เช่น การแสดงข้อมูลและการโฆษณา เนื้อหาและการปฏิบัติตามสัญญา ตาม “พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ”
- บันทึกเกี่ยวกับการแสดงข้อมูลและการโฆษณา : 6 เดือน
- บันทึกเกี่ยวกับการทำสัญญาหรือการเพิกถอนคำเสนอ การชำระเงิน และการจัดหาสินค้า ฯลฯ : 5 ปี
- บันทึกเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของผู้บริโภคหรือการระงับข้อพิพาท : 3 ปี
2) การเก็บรักษาข้อมูลยืนยันข้อเท็จจริงการสื่อสารตามมาตรา 41 ของ “พระราชบัญญัติคุ้มครองความลับของการสื่อสาร”
- วันและเวลาที่ผู้ใช้บริการสื่อสารโทรคมนาคม เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด หมายเลขผู้ใช้บริการปลายทาง จำนวนครั้งที่ใช้งาน และข้อมูลติดตามตำแหน่งสถานีฐานที่ส่งสัญญาณ : 1 ปี
- ข้อมูลบันทึกการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์และบันทึกล็อกอินเทอร์เน็ต และข้อมูลติดตามจุดที่เข้าใช้งาน : 3 เดือน
มาตรา 3 (การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม)
① คลินิกจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลภายในขอบเขตที่ระบุไว้ในมาตรา 1 (วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) เท่านั้น และจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามเฉพาะในกรณีที่เข้าข่ายมาตรา 17 และมาตรา 18 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมีบทบัญญัติพิเศษของกฎหมาย นอกจากนี้จะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลแก่บุคคลที่สาม
② เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่น คลินิกอาจให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามในขอบเขตเท่าที่จำเป็นขั้นต่ำสุดเท่านั้น โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลตามมาตรา 17 วรรค 1 ข้อ 1 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้
- ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคล : <ตัวอย่าง) บริษัท OOO การ์ด จำกัด>
- วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับข้อมูล : <ตัวอย่าง) ความร่วมมือทางธุรกิจ เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกัน และการออกบัตรเครดิตร่วม>
- รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ : <ตัวอย่าง) ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล ข้อมูลบัญชีสำหรับชำระเงินด้วยบัตร>
- ระยะเวลาการเก็บรักษาและใช้ข้อมูลของผู้รับข้อมูล : <ตัวอย่าง) ตลอดระยะเวลาการทำธุรกรรมตามสัญญาการออกบัตรเครดิต>
ข้อ 4 (การมอบหมายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล)
① เพื่อให้การดำเนินงานด้านข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่น บริษัทได้มอบหมายงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย
- ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : บริษัท Imweb จำกัด
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย : การจัดหาระบบบริการโฮสติ้งร้านค้าออนไลน์ บริการแอปพลิเคชันมือถือ บริการการตลาดและบริการเสริม บริการพันธมิตร บริการส่งข้อความแทนผ่าน KakaoTalk Alimtalk, Friendtalk และ SMS บริการเชื่อมต่อคำสั่งซื้อจากช่องทางการขาย เป็นต้น
- ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO PG
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานชำระเงินและบริการเอสโครว์
- ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : บริษัทขนส่งพัสดุ OOO
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานจัดส่งสินค้า
- ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : ศูนย์บริการลูกค้า OOO
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานให้คำปรึกษาลูกค้า
- ผู้รับมอบหมาย (ผู้ประมวลผล) : OOO
- รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานยืนยันตัวตน
- **ผู้รับมอบหมายช่วง**
- **ผู้รับมอบหมายช่วง (ผู้ประมวลผล) : บริษัท Imweb จำกัด → Infobip LLC**
- **รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานส่งข้อความ SMS และข้อความแจ้งข้อมูลผ่าน KakaoTalk Alimtalk**
- **ผู้รับมอบหมายช่วง (ผู้ประมวลผล) : บริษัท Imweb จำกัด → บริษัท Lunasoft จำกัด**
- **รายละเอียดงานที่มอบหมาย : งานส่งข้อความ SMS ข้อความแจ้งข้อมูลผ่าน KakaoTalk Alimtalk และ Friendtalk**
② เมื่อทำสัญญามอบหมายงาน บริษัทจะระบุไว้ในเอกสาร เช่น สัญญา ตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับข้อห้ามการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือวัตถุประสงค์ของงานที่ได้รับมอบหมาย มาตรการป้องกันทางเทคนิคและการบริหารจัดการ ข้อจำกัดการมอบหมายช่วง การกำกับดูแลผู้รับมอบหมาย และความรับผิดชอบ เช่น การชดใช้ค่าเสียหาย รวมทั้งกำกับดูแลให้ผู้รับมอบหมายประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างปลอดภัย
③ หากเนื้อหางานที่มอบหมายหรือผู้รับมอบหมายมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะประกาศให้ทราบผ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้โดยไม่ชักช้า
ข้อ 5 (สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและผู้แทนโดยชอบธรรม และวิธีการใช้สิทธิ)
① เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ต่อบริษัทได้ทุกเมื่อ
1. ขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
2. ขอให้แก้ไขในกรณีที่มีข้อผิดพลาด เป็นต้น
3. ขอให้ลบข้อมูล
4. ขอให้ระงับการประมวลผล
② การใช้สิทธิตามวรรค ① สามารถทำได้โดยติดต่อบริษัทเป็นหนังสือ ทางโทรศัพท์ อีเมล หรือโทรสาร (FAX) เป็นต้น และบริษัทจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า
③ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลขอให้แก้ไขหรือลบข้อผิดพลาดของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจนกว่าการแก้ไขหรือการลบจะเสร็จสิ้น
④ การใช้สิทธิตามวรรค ① สามารถทำผ่านตัวแทน เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ ในกรณีนี้ต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจตามแบบฟอร์มแนบท้ายหมายเลข 11 ของกฎกระทรวงว่าด้วยการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
⑤ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่นที่บริษัทประมวลผลอยู่ อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 6 (รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล)
บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามรายการดังต่อไปนี้
1. การสมัครสมาชิกและการจัดการสมาชิกบนเว็บไซต์
ข้อมูลที่จำเป็น : <เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด, ไอดี, รหัสผ่าน, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, เพศ, อีเมล, หมายเลข i-PIN>
ข้อมูลที่ไม่บังคับ : <เช่น สถานภาพสมรส, สาขาที่สนใจ>
2. การให้บริการสินค้าหรือบริการ
ข้อมูลที่จำเป็น : <เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด, ไอดี, รหัสผ่าน, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, หมายเลข i-PIN, ข้อมูลการชำระเงิน เช่น หมายเลขบัตรเครดิตและข้อมูลบัญชีธนาคาร>
ข้อมูลที่ไม่บังคับ : <สาขาที่สนใจ, ประวัติการซื้อที่ผ่านมา>
ข้อ 7 (การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล)
① เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็น เช่น ครบระยะเวลาการเก็บรักษา หรือบรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผล บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยไม่ชักช้า
② แม้ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลจะสิ้นสุดลง หรือบรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลแล้ว หากต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปตามกฎหมายอื่น บริษัทจะย้ายข้อมูลดังกล่าวไปยังฐานข้อมูล (DB) แยกต่างหาก หรือเก็บรักษาไว้ในสถานที่จัดเก็บที่แตกต่างออกไป
③ ขั้นตอนและวิธีการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลมีดังนี้
1. ขั้นตอนการทำลาย
บริษัทจะคัดเลือกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีเหตุให้ต้องทำลาย และทำลายข้อมูลดังกล่าวเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
2. วิธีการทำลาย
บริษัทจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ให้สามารถกู้คืนข้อมูลที่บันทึกไว้ได้ และจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่บันทึกและจัดเก็บในเอกสารกระดาษด้วยการทำลายด้วยเครื่องย่อยเอกสารหรือเผา
ข้อ 8 (มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล)
บริษัทดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
1. มาตรการด้านการบริหารจัดการ : การจัดทำและปฏิบัติตามแผนการบริหารจัดการภายใน การอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น
2. มาตรการทางเทคนิค : การบริหารสิทธิ์การเข้าถึงระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การติดตั้งระบบควบคุมการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูลระบุตัวตนเฉพาะ
เป็นต้น และการติดตั้งโปรแกรมรักษาความปลอดภัย
3. มาตรการทางกายภาพ : การควบคุมการเข้าถึงห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเก็บเอกสาร เป็นต้น
ข้อ 9 (การติดตั้งและการใช้งานอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอัตโนมัติ และการปฏิเสธการเก็บข้อมูล)
① บริษัทใช้ "คุกกี้ (cookie)" ซึ่งจัดเก็บข้อมูลการใช้งานและเรียกใช้ได้ตลอดเวลา เพื่อให้บริการที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย
② คุกกี้คือข้อมูลปริมาณเล็กน้อยที่เซิร์ฟเวอร์ (http) ซึ่งใช้ดำเนินงานเว็บไซต์ส่งไปยังเบราว์เซอร์ของคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ และจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือของผู้ใช้
③ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถตั้งค่าการอนุญาตหรือบล็อกคุกกี้ได้ผ่านตัวเลือกการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ อย่างไรก็ตาม หากปฏิเสธการจัดเก็บคุกกี้ อาจเกิดความยุ่งยากในการใช้บริการที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้
▶ การอนุญาต/บล็อกคุกกี้ในเว็บเบราว์เซอร์
- Chrome : การตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ล้างข้อมูลการท่องเว็บ
- Edge : การตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ > คุกกี้และสิทธิ์ของไซต์ > จัดการและลบคุกกี้และข้อมูลไซต์
▶ การอนุญาต/บล็อกคุกกี้ในเบราว์เซอร์มือถือ
- Chrome : การตั้งค่าเบราว์เซอร์มือถือ > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > ลบข้อมูลการท่องเว็บ
- Safari : การตั้งค่าอุปกรณ์มือถือ > Safari > ขั้นสูง > บล็อกคุกกี้ทั้งหมด
- Samsung Internet : การตั้งค่าเบราว์เซอร์มือถือ > ประวัติการใช้อินเทอร์เน็ต > ลบประวัติการใช้อินเทอร์เน็ต
④ บริษัทเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการเข้าชมและการใช้งานบริการและเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่ผู้ใช้เข้าชมในระหว่างการใช้บริการ คำค้นหายอดนิยม และสถานะการเชื่อมต่ออย่างปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้บริการข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้
ข้อ 10 (ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
① บริษัทได้แต่งตั้งผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามรายละเอียดด้านล่าง เพื่อรับผิดชอบดูแลงานเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยรวม รวมถึงการจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
▶ ผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ-นามสกุล : OOO
ตำแหน่ง : OOO
ช่องทางติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>
※ ระบบจะเชื่อมต่อไปยังฝ่ายที่รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
▶ ฝ่ายรับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อฝ่าย : ทีม OOO
ช่องทางติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>
② เจ้าของข้อมูลสามารถสอบถามเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การจัดการข้อร้องเรียน และการเยียวยาความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการใช้บริการ (หรือธุรกิจ) ของบริษัท ไปยังผู้รับผิดชอบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและฝ่ายที่รับผิดชอบได้ บริษัทจะตอบและดำเนินการตามข้อสอบถามของเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า
ข้อ 11 (การขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล)
เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 35 ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ฝ่ายดังต่อไปนี้ บริษัทจะพยายามดำเนินการตามคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลให้รวดเร็วที่สุด
▶ ฝ่ายรับเรื่องและดำเนินการคำขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อฝ่าย : OOO
ช่องทางติดต่อ : <หมายเลขโทรศัพท์>, <อีเมล>, <หมายเลขแฟกซ์>
ข้อ 12 (วิธีการเยียวยาการละเมิดสิทธิ)
เจ้าของข้อมูลสามารถสอบถามเกี่ยวกับการเยียวยาความเสียหายและขอคำปรึกษาเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่หน่วยงานดังต่อไปนี้
1. คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทข้อมูลส่วนบุคคล : (โทรได้โดยไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) 1833-6972 (www.kopico.go.kr)
2. ศูนย์แจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล : (โทรได้โดยไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) 118 (privacy.kisa.or.kr)
3. สำนักงานอัยการสูงสุด : (โทรได้โดยไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) 1301 (www.spo.go.kr)
4. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ : (โทรได้โดยไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) 182 (ecrm.police.go.kr/minwon/main)
ข้อ 13 (การบังคับใช้และการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20XX. X. X.